วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ประตูเหล็ก, ประตูทนไฟ, Panic Bar สั่งซื้อที่ 085-119-1619


จากภาพที่ ท่านเห็น ก็คือประตูเหล็ก ที่ผลิตขึ้นมา ตาม ที่ลูกค้าต้องการ นั่นคือ ใช้ประตูเหล็กธรรมดา ที่ทำจากเหล็กแผ่นรีดเย็น หนา 1 มิลลิเมตร ประกบทั้ง 2 ด้าน ส่วนภายใน เราได้ฉีด PU/FOAM เพื่อให้ประตูแน่นและแข็งแรง ซึ่งประตูดังกล่าวเหมาสำหรับใช้
กับห้องเครื่อง ห้องไฟฟ้าได้ โดยเจาะช่องกระจก อีกสักช่องหนึ่ง และ บางองค์กร ที่มีงบจำกัด ก็อาจจะดัดแปลงเป็นประตูหนีไฟได้
เพราะว่า ท่านจะเห็นว่า รูปร่างคล้ายประตูทนไฟ แต่ว่า ราคาแตกต่างกันพอสมควร เรื่องนี้ท่านต้องปรึกษา consoultของท่านเอง
ส่วนเรา ซึ่งเป็นผู้ผลิต เราสามารถทำได้ ทุกรูปแบบ..... ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ท่านกำหนดไว้ นะครับ
สนใจปรึกษากันได้ครับ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการปรึกษา ครับ

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Signal alert จากคานผลักประตูหนีไฟ (สัญญาณ กันขโมย)


ทีมงาน Siam Iron Door ต้องขอขอบคุณ เพื่อนๆสถาปนิก
ที่ได้ให้โอกาส เราผลิตประตูตามสั่ง และ..... Project ล่าสุด
ซึ่งอาจจะไม่ ค่อยได้เห็น ร้านขายประตูเหล็กอื่นๆ ทำกัน นั่นคือเมื่อ
ลูกค้า ต้องการใช้งาน ประตูหนีไฟเพิ่มขึ้นด้วยการ อยากจะรูว่า
มีการเข้าออก กันอย่างไร และ จะรูได้อย่างไรว่า มีการ เข้า-ออก
ผ่านประตูดังกล่าว โดยการ ซ่อม ไม่ให้คนอื่นรู้ หรือเห็น
จากโจทย์ ดังกล่าว ท่านสถปนิก จึงให้ เราทำการ Modifier
คานผลัก หรือ Panic Bar ให้มี Out put Signal เพื่อ
ไป Control ที่ Access Circuit อีกที ตามภาพ อ้ะครับ
สถาปนิก ท่านใด สนใจ หรือ สั่งซื้อ ก็เชิญ โทร.มาคุยกัน นะครับ
Tel.085-119-1619
www.safetygate.co.cc

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

สั่งซื้อ ประตูหนีไฟ หรือ อุปกรณ์ Panic Bar Door Closer ติดต่อ โทร.085-119-1619





























ไซเรนท์ ประกอบประตู เพื่อเตือน มีคนเปิด








โรงงานของเราเอง ทำเอง ขายเอง บริการทั่วประเทศ













ข้อคิดก่อนที่ท่านจะตัดสินใจลงทุน ซื้อบ้านพักอาศัย


เมื่อหลายปีก่อน ท่านจำโฆษณาของ Land & House ได้หรือไม่ครับ ก็ประโยคสุดสะเทือนใจ ที่ว่า...
"บ้าน... ไม่ได้เห็น ไม่ได้เลือก อย่าซื้อ"
กรณีห้องชุดอาคารสูง : ซึ่งขอเล่าเป็นกรณีศึกษา คือ
มีกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ได้ตั้งบริษัทฯ ด้วยเงินทุนค่าโฆษณา และ จัดหาที่ดินอีกประมาณ 2-3 แห่ง อาจมีการตกลงเบื้องหลังเอาไว้กับเจ้าของที่ ว่าถ้าได้สร้างแล้วค่อยจ่ายเงิน จากนั้น เขาก็เริ่มโปรโมทโครงการทุกโครงการพร้อมกัน เป็นโครงการ A ,B และ C โดยมีคนมาจอง แล้วก็ผ่อนไปเรื่อย ๆ ทั้งสามโครงการแต่แทนที่จะบริหารเงินแยกกัน กลับเอาเงิน จากโครงการ A +B+ C รวมทั้งหมด ไปสุมไปไว้ที่โครงการ A เพียงที่เดียว โดยเตะถ่วงกำหนดการของอีกสองโครงการไว้ ถ้าได้เงินเยอะหน่อย ก็อาจขึ้นโครงการ B ด้วย สุดท้าย ก็ตัดโครงการ C ทิ้งไป โครงการ A กับ B สร้างเสร็จ ก็เป็นธรรมดาที่จะมีคนมาซื้อจนหมดแทบจะในทันที เพราะโครงการที่เลือกสร้าง มักอยู่ในทำเลที่มีคนซื้อแน่นอนอยู่แล้ว สุดท้ายบริษัทดังกล่าวก็ฟอกเงินกำไรทั้งหมด แล้วเตรียมตั้งบุคคลไว้ล้มละลายหนึ่งคน นอกนั้นก็หนีหายไป
ทำไมจึงทำแบบนั้นล่ะครับ? เหตุผลก็พอสรุปได้ว่า
1. ถ้ากู้เงินธนาคาร กว่าจะสร้างเสร็จดอกเบี้ยก็สูง และส่วนมากคนที่มีความคิดขี้โกง แบบนี้ และมักจะมีประัวัติทางการเงินที่ธนาคารไม่ค่อยชอบ อยู่แล้ว ดังนั้น ท่านต้องรู้จักเจ้าของโครงการ ให้ดี
2. ไม่ต้องลงทุนมากแค่มีค่าโฆษณาตั้งต้นสักล้านสองล้าน กับบากหน้าไปพึ่งนายตำรวจ นายทหาร หรือทนาย กันท้ายให้ เขาก็ไปรุ่ง เพราะอาศัยบารมีผู้ใหญ่ (สังเกตดูเอาเอง)
3. คนไทยเอาเรื่องคนไม่เก่ง เพราะไม่คุ้นเคยกับการใช้สิทธิในฐานะผู้บริโภค อีกทั้งงานคุ้มครองผู้บริโภคในบ้านเรานั้น มีบุคคลากรอาจจะน้อยเกินไป และส่วนใหญ่ทำงานกันตามคำสั่งหนังสือพิมพ์ กับทีวี ถ้าหากอสื่อไม่ปูด รับรองว่า เรื่องก็ไม่เกิด
4. แรงจูงใจมันสูง เพราะคิดเอาว่าถ้าโครงการ C มันมีร้อยห้อง (ห้องชุดอาคารสูงราคาถูก มักจะมีจำนวนห้องเยอะกว่านั้น) ห้องละสองล้าน ขายได้สักครึ่ง ผ่อนไปประมาณ 60 % ก็ปล้นไปได้ 60 ล้านบาทเหนาะ ๆ ยังไม่นับกำไรจากโครงการ A และ B ด้วย
จริง ๆ มีเหตุผลปลีกย่อยอีกหลายข้อ แต่แค่นี้น่าจะพอ มากไปจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกเปล่า ๆ

ร่ำรวย-ร่ำรวย.......เชิญทานี้จ้า.....!

ลงทุนอย่างไรถึงมั่งคั่ง
การลงทุนในสมัยนี้ถือว่ายาก ดอกเบี้ยเหลือแค่ 2-3% จึงต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้ดี ต้องหาทางให้เกิดดอกผลมากขึ้น สำหรับการลงทุนในแนวคิดของผม ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มที่
1. บ้าน เพราะเราต้องมีบ้านเป็นของตนเอง บ้านถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ได้ เพราะเราได้อยู่อาศัยฟรีๆ ไม่ต้องไปเสียค่าเช่าบ้าน
ที่สำคัญบ้านถือเป็น 1 ใน 3 สิ่ง ที่ยิ่งใช้ยิ่งแพง โดยอีก 2 อย่าง ได้แก่ ทอง และเพชร ส่วนข้าวของอย่างอื่น มีแต่ยิ่งใช้จะยิ่งถูกลง เช่น รถยนต์ คอมพิวเตอร์ มือถือ เป็นต้น
การซื้อบ้านนอกจากจะมีข้อดีที่ได้อยู่ได้ใช้ ราคายิ่งสูงขึ้นแล้ว ระหว่างผ่อนนั้น ยังสามารถหักภาษีเงินได้ และเวลาขายบ้านยังได้รับการหักภาษีอีก
ทั้งนี้ การซื้อบ้าน ขอแนะนำว่าให้ซื้อแบบเกินกำลังสักหน่อย เนื่องจากราคาบ้านที่ซื้อมา 1 ล้าน หากราคาขึ้นก็จะขึ้นไปเพียง 1.5-2 ล้านบาท ขณะที่บ้านราคา 3 ล้านบาท มีโอกาสจะขึ้นถึง 6 ล้านบาท ราคาบ้าน 1 ล้านบาท จะขึ้นไปเป็น 6 ล้านบาท คงยากมาก!!
ต้องอย่าลืมว่าการซื้อบ้าน เราไม่ได้ใช้เงินสด 100% เช่น บ้านราคา 1 ล้านบาท เรากู้มา 90% จึงดาวน์แค่แสนเดียว แต่หากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท จะดาวน์ที่ 3 แสนบาท เท่ากับดาวน์เพิ่มเพียง 2 แสนบาท แต่เวลาที่บ้านขึ้นราคาจะขึ้นไปทีละ 3 ล้านบาท ไม่ได้ขึ้นทีละล้านบาท
เราต้องยึดหลักว่าการซื้อบ้าน ไม่ใช่เป็นการใช้เงิน แต่เป็นการออมเงิน
บ้านถือเป็นกระปุกหมูออมสิน ทุกครั้งที่เราผ่อนบ้าน ก็เท่ากับเราหยอดเงินใส่ในกระปุกหมู ขณะเดียวกันก็ได้อยู่บ้านฟรีๆ ไม่ต้องไปเสียค่าเช่า
การลงทุนอันดับที่ 2 คือ พันธบัตรรัฐบาล ถือว่าดีที่สุดในช่วงนี้เพราะมีความมั่นคง เนื่องจากเป็นของรัฐดอกเบี้ยอยู่ในอัตราที่สูงและตายตัว ทำให้เรามีความมั่นใจ
แต่การลงทุนพันธบัตรรัฐบาลแม้จะมีข้อดีอยู่มาก ก็มีข้อเสียที่มีคนแย่งซื้อกันเยอะ ส่วนใหญ่จะจองกันไม่ค่อยได้
อันดับที่ 3 ได้แก่การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เนื่อง จากเรามีโอกาสน้อยมากที่จะจับจองพันธบัตรรัฐบาล
ดังนั้น มาลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ของบรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ต่างๆจะดีกว่า เพราะให้ผลตอบแทนไม่ด้อยกว่าพันธบัตรมากนัก ออมถึง 25% จากที่หาเงินมาได้
เพราะแม้ว่ากองทุนตราสารหนี้ จะให้ดอกเบี้ยสู้พันธบัตรไม่ได้ แต่พันธบัตรต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ขณะที่กองทุนตราสารหนี้ไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ กองทุนตราสารหนี้มีอายุช่วงสั้นๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นขณะนี้
การลงทุนที่น่าสนใจอันดับที่ 4 คือ ทองคำ นอกจากจะมีราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆแล้ว ยังมีแต้มต่อเหมือนซื้อบ้าน คือเราได้ใช้ ได้ประโยชน์จากมันในทันที เพราะแค่ได้ดู ได้จับ ก็มีความสุขแล้ว ทั้งยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ขณะนี้ราคาทองได้สูงขึ้นมาก แต่จะว่าทองแพงก็บอกไม่ได้ เพราะอีกสักระยะราคาทองก็จะแพงขึ้นอีก อย่างเมื่อเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว ราคาทองอยู่ที่บาทละ 7,800 บาท ผมเคยแนะให้คนไปลงทุนซื้อทอง หากใครเชื่อผมตอนนั้น ป่านนี้ก็สบายใจ ได้กำไรมากกว่า 25%
สำหรับการลงทุนอื่นๆ ก็ต้องรอบคอบ อย่างการลงทุนในตลาดหุ้นปีนี้อาจจะลำบาก มีโอกาสขาดทุน เพราะราคาผันผวน ยกเว้นหุ้นพื้นฐานดีๆ แต่เราต้องถือระยะยาวได้ ทั้งยังได้เงินปันผลที่ดี
สำหรับการลงทุนในส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร คงต้องระวัง เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยขาขึ้น ต้นทุนการผ่อนย่อมสูงขึ้น หากขายไม่ออกจะเพิ่มภาระสูงขึ้น
ส่วนที่ดินเปล่า ขอแนะว่าอย่าซื้อ เพราะที่ดินเปล่าไม่ได้สร้างรายได้ให้งอกเงย
ทั้งนี้ การลงทุนเราต้องยึดหลักการกระจายความเสี่ยง อย่านำไข่ไก่ทั้งหมดไปวางไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะหากตะกร้าตก ไข่ก็จะแตกหมด
ต้องนำเงินออมไปกระจายการลงทุน สำหรับปี 2549 ผมให้น้ำหนักการลงทุนที่กองทุนตราสารหนี้ถึง 50% ส่วนทองคำลงทุนประมาณ 10-15% ที่เหลือก็นำไปฝากธนาคาร ซึ่งการฝากเงินไว้ที่ธนาคาร แม้ดอกเบี้ยจะไม่สูงมาก แต่มีส่วนดีที่ทำให้มีกระแสเงินสด หากต้องการใช้เงินเมื่อไร ก็สามารถถอนมาใช้ ได้อย่างสะดวก
หากต้อง การนำเงินออมที่เหลือไปลง ทุนอย่างอื่นบ้าง ขอย้ำว่าต้องระมัดระวังมากๆ
เป็นบทความของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ประธานชมรมคนออมเงิน
บทความจาก : ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 3 มกราคม 2549

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

รูปแบบประตูเหล็ก 1- 6 -> สั่งซื้อ โทร. 085-119-1619

1 2 3
4 5 6
สอบถามข้อมุล สั่งซื้อได้ตลอดเวลาครับ

MSN : thatsure@hotmail.com เจอผมได้ทุกวัน
รุปแบบประตู 1 2 3 4 5 6


i2rich.com .......ซื้อที่ดินถวายวัด

i2rich.com .......ซื้อที่ดินถวายวัด
www.i2rich.com ....คืนกำไรสู่สังคม

musuic

ผู้พบเห็นภาพนี้คือ...คนที่จะได้รับแต่โชคดี

ผู้พบเห็นภาพนี้คือ...คนที่จะได้รับแต่โชคดี